ภาษีสำหรับ SMEs

เรื่องภาษีนับเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สร้างความน่าหนักใจให้กับผู้เริ่มต้นธุรกิจบางท่านไม่น้อย ซึ่งรัฐก็ได้ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวเช่นกัน จึงได้มีนโยบายปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อสนับสนุนให้ SMEs มีความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยได้ออกพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 583) พ.ศ.2558 เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ SMEs ซึ่งในทางภาษีอากร หมายถึง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท สำหรับอัตราภาษีและการยกเว้นเงินได้นิติบุคคล รวมทั้งการเปรียบเทียบกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปรากฏรายละเอียดตามตารางนี้

เมื่อพิจารณาอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเปรียบเทียบกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว จะเห็นได้ว่า ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีกำไรสุทธิ/เงินได้สุทธิมากกว่า 750,000 บาท หากประกอบการในลักษณะบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราสูงกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นด้านภาษีแล้ว ผู้ประกอบการควรพิจารณาประเด็นด้านอื่นด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง ค่าจัดทำบัญชี และตรวจสอบบัญชี เครดิตความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือซัพพลายเออร์ รวมทั้งข้อดีและข้อเสียให้ครบทุกด้านจะได้เลือกรูปแบบการประกอบการกิจการที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

เครดิต :
ฤทัยภัทร นาคปรารภ นักวิชาการภาษีชำนาญการ

หนังสือมุมสรรพากร ฉบับเดือนพฤษภาคม 2558 หน้า 12-13