การตรวจสอบบัญชี (Auditor)

ทำไมต้องตรวจสอบบัญชี

สำหรับท่านผู้ประกอบการบางท่านอาจจะสงสัยว่า "ทำไมต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากรมาตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการท่าน" ถ้ากฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีให้ต้องจัดให้งบการเงินของกิจการท่านต้องมีการตรวจสอบ และรับรองบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้ประกอบการหลายๆท่านคงไม่จัดให้มีการตรวจสอบ และรับรองงบการเงินของกิจการของท่าน เพราะไม่เห็นประโยชน์จากการตรวจสอบและรับรองงบการเงิน

ในขณะที่หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่า ท่านได้จ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีให้ท่านแล้ว และยังต้องเสียค่าสอบบัญชีอีก ทำไมจะต้องเสียเงินในส่วนนี้ หรือเป็นเพราะสำนักงานบัญชีจัดทำบัญชีไม่ถูกต้องหรือ หรือบางกิจการได้จ้างพนักงานบัญชีประจำและผู้จัดการบัญชีมาแล้ว ทำไมยังต้องจัดจ้าง(outsource)ผู้สอบบัญชีมาอีก แล้วผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบบัญชีในเรื่องอะไรอีกเพราะตัวเลขทางบัญชีก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แล้วโปรแกรมบัญชีก็บวกเลขและสรุปรายการให้ถูกต้องอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วการทำบัญชีมีอะไรมากกว่าแค่ตัวเลข ในความคิดของผม บัญชีเป็นศาสตร์ในการจัดการแยกประเภทรายการให้เหมาะสม และถูกงวดบัญชี ซึ่งการจัดทำบัญชีก็ต้องใช้การเข้าใจธุรกิจ ความรู้เรื่องมาตรฐานบัญชี และการตัดสินใจของผู้ทำบัญชี ซึ่งความเสี่ยงจากการลงบัญชีไม่ถูกต้อง และไม่ถูกงวดบัญชีย่อมมีอยู่เนื่องจากปัจจัยหลายปัจจัย เช่น การไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอจากหน่วยงานอื่น การที่เอกสารถูกจัดส่งมาล้าช้า การไม่ทราบนโยบายของกิจการ เป็นต้น

ดังนั้นผู้สอบบัญชีก็จะมาช่วยลดความเสี่ยงของการบันทึกบัญชีที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้แสดงตัวเลขในงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ซึ่งก็ช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจ และวางแผนทางธุรกิจอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผู้สอบบัญชีบางท่านก็ได้ให้บริการเสริมกับผู้ประกอบการ เช่น การแนะนำจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในและแนวทางในการแก้ไขปรับปรุง เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของธุรกิจ ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ป้องกันการทุจริต

เงื่อนไขในการกำหนดประเภทของผู้ตรวจสอบบัญชี

ผู้ตรวจสอบบัญชีภาษีอากร (TA)
1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ยอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาท ยอดทรัพย์สินไม่เกิน 30 ล้านบาท

ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ยอดขายเกิน 30 ล้านบาท ยอดทรัพย์สินเกิน 30 ล้านบาท
2. บริษัทจำกัด

อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลและปริมาณงานของกิจการ ตลอดจนความซับซ้อนของข้อมูลทางบัญชี และงบการเงิน ในการตรวจสอบบัญชีแต่ละปีจะนำเสนอราคาให้ทราบก่อนทุกครั้ง โดยอัตราค่าบริการจะเริ่มต้นที่ 5,000 บาท/1 งบการเงิน *

* เป็นงบการเงินที่ในปีบัญชีนั้น ยังไม่มีรายการค้า หรือไม่มีการดำเนินกิจการค้า กล่าวคือ ไม่มีรายได้ ไม่มีรายจ่าย บางครั้งเรียกว่า "งบการเงินเปล่า"