การจัดทำบัญชี (Bookkeeping)

หน้าที่ของนิติบุคคลจัดตั้งใหม่

เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นิติบุคคลที่จัดตั้งใหม่ มีหน้าที่ต้องดำเนินการ ดังนี้

  • กำหนดรอบระยะเวลาบัญชี เช่น สิ้นสุด ณ 31 ธ.ค.
  • จดทะเบียนภาษีมูลค่า, ภาษีธุรกิจเฉพาะ(ถ้ามี)
  • ขึ้นทะเบียนประกันสังคม
  • ต้องจัดให้มี"ผู้ทำบัญชี" ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตาม พรบ.บัญชี พ.ศ. 2543 ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีของบริษัทละ 1 คน เพื่อเป็นผู้รับผิดชอบในกาจัดทำบัญชีของนิติบุคคล ทั้งนี้อาจเป็นพนักงานของนิติบุคคล ผู้รับทำบัญชีอิสระหรือสำนักงานรับทำบัญชีก็ได้
  • จัดทำบัญชีตามกฎหมาย นับตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำได้แก่ บัญชีรายวัน ได้แก่ บัญชีเงินสด บัญชีธนาคาร บัญชีธนาคาร บัญชีรายวันซื้อ บัญชีรายวันขาย บัญชีรายวันขาย บัญชีรายวันทั่วไป บัญชีแยกประเภททรัพย์สิน หนี้สิน ทุน รายได้และค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ บัญชีสินค้า บัญชีรายวันและแยกประเภทอื่น ตามความจำเป็น
  • ส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชี ให้แก่ "ผู้ทำบัญชี" ให้ครบถ้วนถูกต้อง
  • จัดให้มีการปิดบัญชี ครั้งแรกภายใน 12 เดือน และปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน นับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
  • จัดทำงบการเงิน อย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน ซึ่งงบการเงินดังกล่าวจะต้องมีรายการย่อตามที่อธิบดีกำหนด และงบการเงินต้องมีผู้สอบบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดรอบปีบัญชี พร้อมทั้งยื่นงบการเงินต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบการเงิน (สำหรับห้างหุ้นส่วนต้องจัดทำงบการเงินยื่นภายใน 5 เดือน นับแต่วันปิดบัญชี) ทั้งนี้รวมถึง บริษัท และห้างหุ้นส่วน ที่ยังมิได้ประกอบกิจการก็ตาม จะต้องส่งงบการเงินด้วย มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท
  • เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี โดยเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี

ทำไมต้องทำบัญชี ?

  • เนื่องจาก พ.ร.บ. การบัญชีปี 2543 กำหนดให้กิจการต้องมีการทำบัญชี และจัดทำงบการเงินส่งต่อกรมพัฒฯ ภายในระยะเวลา 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
  • เนื่องจากประมวลรัษฎากรโดยกรมสรรพากรกำหนดให้ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในระยะเวลา 150วัน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเช่นกัน

ดังนั้นการทำบัญชี และงบการเงินจึงเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงหน้าที่ของประชาชนชาวไทยที่ดีในการเสียภาษีให้แก่กรมสรรพากรอย่างถูกต้อง หากไม่ทำบัญชีและงบการเงินนอกจากท่านจะทำผิด พ.ร.บ.การบัญชีแล้ว ท่านยังไม่สามารถยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้อีกด้วย

หากท่านไม่ยื่นงบการเงินให้กรมพัฒฯ และไม่ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในเวลาที่กำหนด ท่านจะมีความผิดฐานยื่นล่าช้าทำให้ต้องเสียค่าปรับการยื่นงบการเงินล่าช้าให้แก่กรมพัฒฯ เสียค่ายื่นแบบแสดงภาษีเงินได้นิติบุคคลล่าช้าให้แก่กรมสรรพากร และหากท่านมีภาษีที่ต้องชำระ ท่านจะต้องเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้กรมสรรพากรอีกในอัตราที่กฎหมายกำหนด

หากท่านเพิกเฉยไม่ยื่นงบการเงินเป็นเวลานาน ทางกรมพัฒฯ จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการออกหมายเรียกท่านให้ไปเสียค่าปรับ และทำการส่งงบการเงินด้วย ซึ่งหากท่านไม่ติดต่อกลับอาจถูกดำเนินคดีถึงชั้นศาลได้

ประโยชน์ของงบการเงินที่มีต่อกิจการ

  • ใช้ยื่นประกอบเรื่องการขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน
  • ใช้วิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของกิจการเพื่อสร้างกลยุทธ์ และพัฒนานโยบายในการเพิ่มผลกำไร
  • เพื่อเป็นการควบคุมภายใน และป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น
  • ทำให้ทราบถึงรายได้หลัก รายได้รองของกิจการ
  • ทำให้ทราบว่าราคาสินค้า หรือบริการนั้นเหมาะสมแล้วหรือยัง
  • ทำให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินกิจการ และค่าใช้จ่ายที่มีผลทำให้กำไรของท่านลดลง (เพื่อพิจารณาลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น)

จากที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าบัญชี และงบการเงินมีประโยชน์มากกว่าที่ท่านคิด นอกจากความจำเป็นที่ต้องจัดทำตามกฎหมายแล้ว ท่านยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของท่านเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

**จงอย่ารอช้าที่จะทำบัญชีและงบการเงิน ทำทันกำหนดไม่เสียค่าปรับ ทำรายเดือนใช้ในการพัฒนาการดำเนินธุรกิจ

ติดต่อเรา 08-1547-5993 นายไพรัตน์ พิพัฒน์วัชรา เราพร้อมให้บริการคุณ

อัตราค่าบริการ
1. บัญชีสำหรับร้านค้า/บุคคลธรรมดา เริ่มต้นที่ 1,000 บาท/เดือน*
2. บัญชีสำหรับนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัทจำกัด) เริ่มต้นที่ 2,500 บาท/เดือน*

* การคิดค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสาร จำนวนรายการค้าที่เกิดขึ้น และความยากง่าย/ความซับซ้อนของกิจการค้านั้นๆ โดยมีหลักเกณฑ์การคิดค่าบริการ ดังนี้

ปริมาณเอกสาร/จำนวนรายการค้า อัตราค่าบริการ/เดือน
1 - 30 2,500 บาท