จดทะเบียนนิติบุคคล

นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่

1. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
3. บริษัทจำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มีจำพวกเดียว คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีหุ้นส่วนเป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีหุ้นส่วน 2 จำพวก ดังนี้
1. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ได้แก่ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดจำกัดเพียงจำนวนงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
2. หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ได้แก่ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน

บริษัทจำกัด คือ บริษัทประเภทซึ่งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กัน โดยมีผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด เพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ

การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด พร้อมทั้งปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วย การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2538

การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด

1. มีหุ้นส่วน 2 คนขึ้นไป
2. มีหุ้นส่วน 2 ประเภทคือหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด

ขั้นตอนการจัดทำ

1. จองชื่อ
2. จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
3. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
4. ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม (ถ้ามี)

เอกสารที่ต้องจัดเตรียม

- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วน จำนวน 2 คน ขึ้นไป
- สำเนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งสำนักงาน กำหนดทุนจดทะเบียนของหุ้นส่วนแต่ละคน กำหนดหุ้นส่วนผู้จัดการ
- กำหนดวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วน
- กรณีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเตรียมสำเนาเอกสารและต้นฉบับ
- สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของหุ้นส่วนผู้จัดการ
- สำเนาเอกสารเกี่ยวกับสถานประกอบการ เช่นสัญญาเช่า สัญญาซื้อขายหรือโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์อย่างอื่น
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานประกอบการ รูปถ่ายของห้างฯ ให้เห็นชื่อห้างฯ และเลขที่ตั้ง
- แผนที่ตั้งของห้างหุ้นส่วน

เอกสารที่จะได้รับภายหลังการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
- ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน เอกสารที่ต้องขอคัดสำเนาภายหลังการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
- หนังสือรับรองของห้างหุ้นส่วน
- สำเนาตรายางเอกสารที่จะได้รับเมื่อยื่นเรื่องขอทำบัตรและจดทะเบียนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่สรรพากรเขตที่ห้างหุ้นส่วน
- ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภพ. 01 (กรณียื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

การจดทะเบียนตั้งบริษัทจำกัด

ขั้นตอนการดำเนินการ

1. ผู้ก่อการยื่นขอตรวจและจองชื่อบริษัท เพื่อตรวจสอบว่าชื่อที่จะใช้นั้นจะเหมือนหรือคล้ายกับชื่อที่คนอื่นได้จดทะเบียนไว้ก่อนหรือไม่ โดยการจองชื่อผ่านทางอินเตอร์เนตทางเว็บไซต์ http://eregist.dbd.go.th/Member/faces/member/login.jsp ซึ่งจะทราบผลทันที เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิภายใน 30 วัน
2. เมื่อได้ชื่อแล้ว บุคคลซึ่งเป็นผู้ก่อการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันจัดทำคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารประกอบแล้วนำไปจดทะเบียน
3. เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้ก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่คิดจะจัดตั้งขึ้นนั้น มีผู้เข้าชื่อจองซื้อหุ้นจนครบ
4. ดำเนินการประชุมจัดตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม
5. เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัท และที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป
6. กรรมการบริษัทจัดการเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้ขอจองหุ้น ชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น
7. เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องจัดทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัทและเอกสารประกอบ นำไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน หลังจากการประชุมตั้งบริษัท

การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

ข้อมูลที่ต้องใช้

ในการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อกรอกในคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบการจดทะเบียน
1. ชื่อของบริษัท
2. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ( ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด )
3. วัตถุประสงค์ของบริษัท
4. ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น
5. ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีวะ จำนวนหุ้นของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ ของพยาน 2 คน
7. อากรแสตมป์ 200 บาท

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้เริ่มก่อการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้เริ่มก่อการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียน จะต้องมาลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัว หรือลงลายมือชื่อต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่นที่ผู้ลงลายมือชื่อมีภูมิลำเนา หรือสามัญสมาชิกหรือวิสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาก็ได้

ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กฎหมายกำหนดดังนี้
การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิทุกจำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท แห่งจำนวนทุนที่กำหนดไว้ 50 บาท เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท ทั้งนี้รวมกันไม่ต่ำกว่า 500 บาท และไม่ให้เกิน 25,000 บาท

วิธีการจดทะเบียน

การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้คือ
1. จัดทำคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา ในการจัดทำคำขอจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอนั้นให้ใช้วิธีพิมพ์ข้อความลงในเอกสารแบบฟอร์มของกรมทะเบียนการค้า
2. แก้ไขข้อบกพร่องในคำขอตามคำสั่งของนายทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน
3. รับใบชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน
4. ชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งของเจ้าหน้าที่

เอกสารและคำขอประกอบการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

1. แบบคำขอ บอจ.1
2. แบบรายการ บอจ.2 ( ใช้ทั้ง 2 หน้า )
3. แบบ ว.
4. แบบจองชื่อนิติบุคคล หรือหากจองทางอินเตอร์เน็ตให้ print แบบแจ้งผลการจองชื่อ
5. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
6. สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี )
7. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี )

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัดนั้น ผู้ขอจดทะเบียนต้องเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อกรอกในคำขอและเอกสารประกอบการจดทะเบียน คือ
1. ข้อบังคับ ( ถ้ามี )
2. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท
3. จำนวนทุน ( ค่าหุ้น ) ที่ชำระแล้ว
4. ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
5. รายชื่อกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท
6. ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีบริษัทและค่าจ้าง
7. ชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
8. ดวงตราสำคัญของบริษัท
9. สถานที่เก็บรักษาทุนที่เรียกชำระแล้ว

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัท กรรมการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โดยเฉพาะกรรมการผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อ ในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัว หรือลงลายมือชื่อต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่น ที่ผู้ลงลายมือชื่อมีภูมิลำเนา หรือสามัญสมาชิกหรือวิสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาก็ได้

วิธีการจดทะเบียน

1. จัดทำคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและเอกสารประกอบการจดทะเบียนยื่นต่อนายทะเบียน เพื่อให้ตรวจพิจารณา ภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมตั้งบริษัท
2. แก้ไขข้อบกพร่องในคำขอตามคำสั่งของนายทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน
3. รับใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งของเจ้าหน้าที่
4. ชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งของเจ้าหน้าที่
5. ถ้าต้องการหนังสือรับรองรายการในทะเบียน และสำเนาเอกสาร ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนและ ชำระค่าธรรมเนียม
6. รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และหนังสือรับรองรายการในทะเบียน สำเนาเอกสาร ( ถ้ามีการยื่นขอไว้ )

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนตั้งบริษัท ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนดดังนี้
การจดทะเบียนตั้งบริษัท ทุกจำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท แห่งจำนวนที่กำหนดไว้ 500 บาท เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท ทั้งนี้รวมกันไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท และไม่ให้เกิน 250,000 บาท
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนฉบับละ 200 บาท
หนังสือรับรองเรื่องละ 100 บาท
รับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท
ค่าอากรแสตมป์ติดข้อบังคับ 200 บาท

เอกสารและคำขอประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด

1. แบบคำขอ บอจ.1
2. แบบรายการ บอจ.3 ( ใช้ทั้งสองหน้า )
3. แบบ ก.
4. แบบ บอจ.5
5. สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
6. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
7. สำเนาข้อบังคับ ( ถ้ามี )
8. หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ ( สำเนาหนังสือบริคณห์ ) จำนวน 2 ฉบับ
9. ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ ( สำเนาข้อบังคับ ) จำนวน 2 ฉบับ
10. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
11. สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี )
12. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี )

หมายเหตุ ปัจจุบัน สามารถยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทได้ภายในวันเดียว

ต้องการทราบรายละเอียดและใบเสนอราคา
แจ้งความต้องการได้ที่โทรศัพท์เลขหมาย : 0815475993
หรือ e-mail : pairat1963@gmail.com